หลังจากการเปิดตัวในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 36 กับ Ford Everest 2015 ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นใหม่หมดจดทั้งภายนอก ภายใน และเทคโนโลยีต่างๆ เรียกได้ว่าพลิกโฉมรถจากรุ่นก่อนหน้าที่มีอายุกว่าสิบปีไปเลย และได้มีการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อยๆ ในปี 2016, 2017 และ 2018 ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนโฉมแบบ Minor Change ในช่วงเดือน กรกฏาคม ปี 2018

จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ กลับมามีความน่าสนใจไม่น้อยในฐานะรถมือ 2 อายุไม่เกิน 5 ปีที่มีความคุ้มค่าในทุกๆ ด้าน และยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่ แต่ราคามือสองแค่เพียง 7 แสนกลางๆ ไปจนถึง 1 ล้านต้นสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานน้อย (ข้อมูล ณ เมษายน 2563) 

หลายๆ คนคงสนใจไม่น้อย งั้นไปดู 10 ข้อที่ควรรู้ก่อนที่คุณจะซื้อเจ้าฟอร์ด เอเวอเรสต์ มาเป็นเจ้าของกันได้เลย

1. เริ่มต้นด้วยคำถามว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์เป็นรถอะไร รถประเภทไหน เหมาะกับใคร?

ในเว็บบอร์ดหลายๆ แห่งเช่น Pantip.com มีคำถามและพูดคุยกันว่าฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นรถอเนกประสงค์ SUV (Sport Utility Vehicle) หรือ PPV (Passenger Pickup Vehicles) กันแน่ จากข้อมูลของฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้รับการออกแบบ และทำการตลาดให้เป็น SUV มาตั้งแต่เริ่มต้น โดยมี Landcruiser Prado เป็น Benchmark เพราะฉะนั้นคาดหวังไว้เลยว่ามันจะต้องดีกว่าเอเวอเรสต์รุ่นเก่าอย่างแน่นอน แต่สำหรับประเทศไทย เรามีพิกัดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถกระบะดัดแปลงที่ใช้โครงสร้างแบบ Body on Frame และเรียกว่าเป็นรถ PPV การใช้ฐานวิศวกรรมร่วมกับ Ranger จึงทำให้ Everest เข้าข่ายกลายเป็นรถ PPV ไปโดยปริยาย เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็น่าจะไม่มีใครถูก ใครผิดครับ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นรถขนาด 7 ที่นั่ง มีที่นั่งผู้โดยสารตอนหลังแถวที่ 2 สามารถนั่งได้ 3 คน และแถวที่ 3 นั่งเพิ่มได้อีก 2 คน ในการใช้งานจริงพื้นที่ในเบาะแถวที่ 3 ค่อนข้างจะจำกัดจึงเหมาะกับผู้ใหญ่ตัวเล็ก และเด็กๆ หรือจะเป็นครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงก็สามารถใช้พื้นที่ในรถได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญที่นั่งทุกที่มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย

ภาพภายในฟอร์ด เอเวอเรสต์

2. ราคา Ford Everest มือ 1 ในแต่ละปีผลิตเป็นอย่างไร? 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เปิดตัวครั้งแรกในราคาเริ่มต้นที่ 1.269 ล้านบาท แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากในเวลานั้นกลับเป็นรุ่น 3.2 Titanium+ ราคา 1.599 ล้านบาทที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ พละกำลัง แรงบิดสูงถูกใจผู้ใช้ออฟโรด และโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นโดยมี Panoramic Moonroof ซันรูฟบานใหญ่เกือบจะเต็มหลังคา จึงทำให้หลายคนต้องรีบออกรถให้ทันในปี 2015 เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังจะมีการปรับฐานภาษีสรรพสามิตรทำให้รถรุ่นนี้จะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 แสนบาทในปีต่อไป

– Ford Everest 2.2 ลิตร Titanium 2WD ราคารถใหม่ในปี 2015 1,269,000 บาท 

– Ford Everest 3.2 ลิตร Titanium 4WD ราคารถใหม่ในปี 2015 1,459,000 บาท 

– Ford Everest Titanium+ 4WD ราคารถใหม่ในปี 2015 อยู่ที่ 1,599,000 บาท 

เริ่มต้นปี 2016 Ford Everest ยังคงมี 3 รุ่นเช่นเดียวกับในปี 2015 และมีการปรับราคาจากการปรับฐานภาษีสรรพสามิตรตามเกณฑ์ปริมาณการปล่อย CO2 ซึ่งทางฟอร์ด ไม่ได้ปรับราคาขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ได้ปรับอุปกรณ์และฟีเจอร์ต่างๆ อัพเดทรถให้มีความทันสมัย และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ 3.2 Titanium+ 4WD เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้เทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่เพิ่มขึ้นมา เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

ด้วยเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ฟอร์ด ซึ่งต้องการให้มีทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 3.2 ลิตร แต่ยังคงต้องการออพชั่นการใช้งานเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่แบบรุ่นท็อป ในช่วงปลายปี 2016 ฟอร์ดตอบสนองความต้องการของตลาดโดยเพิ่มรุ่น Titanium+ ให้กับฟอร์ด เอเวอเรสต์ เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร  สรุปจบปี 2016 ด้วยการจำหน่าย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 4 รุ่น

– Ford Everest 2.2 ลิตร Titanium 2WD ราคา 1,389,000 บาท 

– Ford Everest 2.2 ลิตร Titanium+ 2WD ราคา 1,549,000 บาท

– Ford Everest 3.2 ลิตร Titanium 4WD ราคา 1,599,000 บาท

– Ford Everest 3.2 ลิตร Titanium+ 4WD ราคา 1,749,000 บาท 

หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนรุ่นโดยเพิ่มรุ่น 2.2L Titanium+ ให้มี 5 เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ เช่นเดียวกับรุ่น 3.2L Titanium+ รถ Ford Everest ที่ผลิตในปี 2017 ก็ยังคงมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มอุปกรณ์ เช่น ระบบแผนที่นำทางเข้ามาในหน้าจอ SYNC 3 อีกด้วย โดยรุ่นที่มีระบบแผนที่นำทางจะมีคำว่า NAVI ตามท้าย และได้มีการลดจำนวนรุ่นที่จำหน่ายลงเหลือเพียง 3 รุ่น ดังนี้

– Ford Everest 2.2L Titanium 4×2 AT 1,369,000 บาท

– Ford Everest 2.2L Titanium+ 4×2 AT NAVI 1,569,000 บาท

– Ford Everest 3.2L Titanium+ 4×4 AT NAVI 1,769,000 บาท

3. ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใช้เครื่องยนต์และเกียร์แบบไหน ขับเคลื่อนกี่ล้อ? 

Ford Everest เริ่มจำหน่ายในปี 2015 ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร ที่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Torque Convertor ชุดเดียวกับรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ปัจจุบันเครื่องยนต์และเกียร์รุ่นนี้มีความทนทาน สามารถใช้งานได้ยาวนาน มีช่างและอู่นอกรองรับ สามารถดูแลบำรุงรักษา และแก้ไขปัญหาได้

Everest engine

ระบบขับเคลื่อนของฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และเป็นครั้งแรกของฟอร์ด ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัจฉริยะ Terrain Management System ช่วยปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องยนต์ ความไวของคันเร่ง ระบบต่างๆ ของรถให้เข้ากับการขับขี่บนสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกันไป ระบบนี้มีการใช้งานมาก่อนแล้วในรถฟอร์ด รุ่นอื่นที่มีขายอยู่ที่อเมริกา เช่น Ford Explorer หรือจะเลือกปรับใช้โหมดการขับขี่ต่างๆ เอง เช่น คุณคงไม่ต้องการพละกำลัง แรงบิดลงล้อทั้ง 4 อย่างเต็มที่บนพื้นผิวถนนที่ลื่น ก็เพียงเลือกใช้โหมด SNOW ตัวระบบก็จะปรับแต่งค่าต่างๆ ให้เอง

Everest TMS

4. อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่จัดเต็ม – Ford Everest ได้อุปกรณ์และเทคโนโลยีสุดล้ำมาอย่างเต็มๆ มากกว่ารถในระดับเดียวกัน

– ระบบช่วยจอด Active Park Assist ที่อยู่ใน Ford Focus ก็ถูกนำมาลงใน Ford Everest ใหม่เช่นกัน ช่วยให้การจอดขนานสำหรับรถขนาดใหญ่ง่ายขึ้น

– ระบบตรวจจับรถในจุดบอดและตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (BLIS with Cross Traffic Alert) BLIS ที่อยู่ใน Ford Focus ได้ถูกพัฒนาความสามารถให้มากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถตรวจจับและเตือนรถที่คุณมองไม่เห็นระหว่างการถอยออกจากซอง

5 เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ Advanced Driving Assist Technology

5. เครื่องยนต์ตัวเดียวกับในฟอร์ด เรนเจอร์ – เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกในเอเวอร์เรสต์ใหม่ คือเครื่อง 2.2 ลิตร TDCi VG Turbo และเครื่องยนต์ 5 สูบ 3.2 ลิตร TDCi VG Turbo โดยได้รับการปรับจูนให้เหมาะสมกับเอเวอร์เรสต์ ใหม่ ซึ่งการใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับเรนเจอร์ ก็มีข้อดีคือช่างรู้จักและชำนาญกับเครื่องของเรนเจอร์มาพอสมควรแล้ว

6. ไฮโซกับเบาะแถว 3 แบบไฟฟ้า และฝากระโปรงหลังแบบไฟฟ้า แค่กดปุ่มเดียวคุณก็สามารถพับเก็บเบาะ และเปลี่ยนพื้นที่ในห้องโดยสารให้กลายเป็นพื้นราบๆ ใส่ของขนาดใหญ่ได้สบาย ฝากระโปรงหลังก็เช่นกัน เปิดปิดง่าย เพียงแค่กดปุ่มเดียว

Everest engine7. เกียร์จะพังมั้ย? เกียร์ที่ใช้ในฟอร์ด เรนเจอร์​ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่เป็นคนละตัวกับเกียร์​ PowerShift ของฟอร์ด เฟียสต้า ปัญหาที่พบในเฟียสต้าจึงไม่มีผลกับฟอร์ด เอเวอเรสต์​ ใหม่

8. ไม่มี Keyless Entry และ Push Start นะ ซึ่งถือว่าเป็น gimmick เล็กๆ มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ในแง่การใช้งานก็ไม่น่าจะมีผลอะไรมาก

9. ภายในห้องโดยสารฟอร์ด เอเวอเรสต์ โดยแรกนั้นมีให้เลือกเพียงสีเบจ แต่มีการปรับเพิ่มในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่ผลิตในปี 2016 โดยมีสีดำให้เลือกขึ้นอยู่กับรุ่นและสีภายนอก สำหรับรถรุ่น 2.2 และ 3.2 Titanium เบาะภายในจะเป็นสีดำและผ้าบุหลังคาสีเบจ แต่ในรุ่น 3.2 Titanium+ จะขึ้นอยู่กับสีภายนอก เช่นรถสีขาว สีเงิน และสีทอง จะได้เบาะสีดำ แต่รถสีส้ม แดง ดำจะได้เบาะสีเบจและผ้าบุหลังคาสีดำสลับกัน

Everest black interior

10. ความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้รับการติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Control) ช่วยป้องกันการลื่นไถล สูญเสียการควบคุมรถ และที่ล้ำขึ้นไปอีกคือมีระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ (Roll Stability Control) ช่วยปรับการทรงตัว ลดโอกาสในการหมุน พลิกคว่ำได้ หากเกิดอุบัติเหตุก็ยังมีถุงลมนิรภัย 7 ใบ ช่วยเซฟคนขับและผู้โดยสาร ล่าสุด Ford Everest ได้คว้าระดับความปลอดภัยสูงสุด 5 ดาวมาจาก ASEAN NCAP ชมวิดีโอทดสอบการชน

รู้แบบนี้ ถ้าคิดว่าตัวเองเหมาะกับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ไปทดลองขับ และเลือกรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานได้เลยครับ

ล่าสุดนี้ (10/7/2018) ฟอร์ด ได้เปิดตัว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ 2018 ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://punnajit.com/review-spec-new-ford-everest-2018/

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ford Everest ได้ที่ http://www.ford.co.th/suvs/everest 🙂